

1.คำถาม การสลักลายกระจกคืออะไร ?
1.คำตอบ คือการกระทำให้ผิวกระจกถูกกัดเซาะ จนเกิดร่องรอย ณ บริเวณที่ถูกกำหนด ซึ่งอาจเป็นลวดลายต่างๆ ตามที่เราได้ทำการออกแบบไว้ มีวิธีการสลักลายกระจก หลากหลายวิธี เช่น การพ่นทราย, การกัดด้วยน้ำกรดกัดแก้วHF หรือด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด คือ การใช้น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี
2.คำถาม ข้อแตกต่างระหว่างวิธีการพ่นทราย, การกัดด้วยน้ำกรดกัดแก้วHF และการใช้น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ?
2.คำตอบ ทุกวิธีมีขั้นตอนการเริ่มต้นใกล้เคียงกัน ตั้งแต่การการติดสติกเกอร์ลงบนกระจก นำลวดลายที่ต้องการติดลงบนสติกเกอร์ อีกชั้นหนึ่ง ตัดลวดลายด้วยมีด และงัดส่วนที่ต้องการออก สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ หลังจากตัดสติกเกอร์เสร็จแล้ว หากนำไปพ่นทราย ก็ต้องนำชิ้นงานเข้าเครื่องพ่นทราย ปืนพ่นทรายก็จะทำการยิงเม็ดทราย ออกมากัดเซาะผิวกระจก ด้วยแรงลมจนเป็นฝ้า ทั้งนี้รายละเอียดและความสวยงามขึ้นอยู่กับ ชนิดและขนาดของเม็ดทราย, แรงดันลม ที่สำคัญคือความชำนาญ ส่วนการกัดด้วยน้ำกรดกัดแก้วHF และการใช้น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี เป็นการใช้สารเคมี ทำปฎิกริยากับผิวกระจก โดยการใช้น้ำกรดน้ำกัดแก้วHF จะต้องสร้างขอบกั้นน้ำกรดด้วยการใช้ดินน้ำมันหรือ การพับขอบสติกเกอร์ขึ้นมาเป็นกระทง ( เนื่องจากน้ำกรดกัดแก้วHF มีสภาพเหลวใสเหมือนน้ำ ) ผิวของกระจกจะถูกกัดเซาะ ลงไปลึกเหมือนผิวส้ม ( ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของน้ำกรด และเวลาที่ใช้ทำปฎิกริยา ) ส่วนการใช้น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี สามารถใช้เทลงบนชิ้นงานได้เลย โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนกั้น เนื่องจาก น้ำยามีความข้นพอสมควรจึงสามารถกักน้ำยาให้อยู่บนชิ้นงานได้ง่าย
3.คำถาม ข้อดีและข้อเสียระหว่างวิธีการพ่นทราย, การกัดด้วยน้ำกรดกัดแก้วHF และการใช้ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ?
3.คำตอบ การพ่นทราย ข้อดีคือ สามารถสร้างสรรค์งานได้สวยงาม ทั้งงาน 2 มิติ และงาน 3 มิติ ( อาจต้องใช้ความสามารถและความชำนาญสูง ) ส่วนข้อเสียคือ ราคาอุปกรณ์พ่นทราย ค่อนข้างสูง หากรวมทั้งชุดราคาประมาณ 50,000-100,000 บาท เม็ดทรายที่ใช้สำหรับพ่น มีอายุการใช้งานจำกัด การกัดด้วยน้ำกรดกัดแก้วHF ข้อดีคือราคาค่อนข้างถูก เฉลี่ยน้ำกรดกัดแก้วความเข้มข้น 70% ราคาลิตรละประมาณ 200 บาท ส่วนข้อเสียคือ น้ำกรดกัดแก้วHF สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ไม่เกิน 1-2 ครั้ง ที่สำคัญคือ อันตรายสูงมาก หากสัมผัสโดยตรง จะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน และจะซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อถึงชั้นกระดูก กระดูกก็จะถูก กัดกร่อนจนผุ ( แม้ความเข้มข้นต่ำ ) ทั้งนี้ยังมีกลิ่นฉุน ซึ่งมีอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างมาก นอกจากนี้ วิธีการใช้ เนื่องจากน้ำกรดกัดแก้วHF มีสถานะเหลวใสเหมือนน้ำ จำเป็นต้องสร้างเขื่อนกักน้ำกรด ปรกติจะใช้ดินน้ำมัน ซึ่งมีราคาแพง และยังกัดกร่อนดินน้ำมันจนย่อย และมีผลตกค้างในดินน้ำมันอีกด้วย เมื่อเทียบแล้ว น้ำกรดราคาถูก แต่ดินน้ำมันราคาแพง ก็อาจจะไม่คุมค่าได้ การสลักลายด้วยน้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ข้อดีคือ ทำง่าย มีความปลอดภัยสูง น้ำยาที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก ( ประมาณ 5-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของ พื้นที่ผิวที่ทำปฎิกริยา ) ข้อเสียคือ ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ผลงานที่ทำได้เฉพาะ 2 มิติ ไม่สามารถทำลวดลาย 3 มิติ หลายชั้นได้ อันเนื่องมาจาก การออกแบบ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ความเข้มข้นและความรุนแรงในการกัดจึงไม่มากจนเกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานได
4.คำถาม กระจกประเภทไหน ที่สามารถนำมาสลักลายด้วย น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ?
4.คำตอบ กระจกเกือบทุกประเภท เช่นกระจกใส กระจกเงา กระจกสีต่างๆ แก้วน้ำ โหลแก้วใสหรือสีต่างๆ กระจกรถยนต์ ยกเว้นกระจกทนความร้อน ชนิดที่นำมารนไฟ แล้วดัดเป็นรูปร่างต่างๆ ซึ่งจะมีสารเคลือบอยู่ จึงไม่สามารถทำปฏิกริยาได้
5.คำถาม ลวดลายที่สลักด้วย น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี จะหลุดลอกหรือไม่ ?
5.คำตอบ ลวดลายที่สลักด้วย น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี จะเป็นลวดลายถาวร ไม่หลุดลอกและไม่สามารถลบออกได้ ฉะนั้น ในขั้นตอนการสลักลาย จึงควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่ไม่ต้องการสลักลาย ควรกันให้มิดชิด
6.คำถาม น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี สามารถใช้กับกระจกส่องเงาและเซรามิคได้หรือไม่ ?
6.คำตอบ ได้ เนื่องจากกระจกเงาจะถูกฉาบด้วยปรอททางด้านหลัง เราจึงสามารถสลักลายด้านหน้าที่เป็นกระจกได้ กระจกเงายังให้ความเด่นชัดของลวดลาย มากกว่ากระจกทุกชนิด เนื่องจากกระจกเงาจะรวมแสงที่ตกกระทบ และสะท้อนทำให้ลวดลายเด่นชัดขึ้น ส่วนเซรามิคต้องเป็นเซรามิคที่เคลือบมัน เนื่องจากสารเคมีที่ใช้ทำเคลือบเซรามิค มีองค์ประกอบทางเคมี ประเภทเดียวกับแก้ว แต่ลวดลายที่สลักอาจไม่โดดเด่นเท่ากระจก เนื่องจากถูกกลืนด้วยสีของเซรามิคเอง
7.คำถาม น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี สามารถใช้ได้ครั้งเดียว หรือ หลายครั้ง ( Reused ) ?
7.คำตอบ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี สามารถใช้ได้หลายครั้ง โดยเฉลี่ย 5-10 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ๆทำปฏิกริยา การใช้ซ้ำๆ สามารถทำได้โดย หลังจากใช้ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี เรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ยางบาดน้ำยากลับมาเก็บในขวดเดิม แล้วจึงใช้ซ้ำจนกว่าน้ำยาจะหมดฤทธิ์ ข้อควรจำในการใช้อย่างคุ้มค่าคือ ก่อนใช้ให้เขย่าขวดน้ำยาทุกครั้ง และหลังใช ้ควรปิดฝาน้ำยาแน่นๆ เพื่อกันน้ำยาแห้ง เก็บไว้ในที่มิดชิด ในอุณหภูมิปรกติระหว่าง 18-30 องศาเซลเซียส
8.คำถาม น้ำยาสลักลายกระรจกจีเอ็มซี แต่ละขนาดสามารถใช้ได้กับพื้นที่ขนาดเท่าไร ?
8.คำตอบ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ขนาดเล็ก ( 70 มิลลิลิตร ) สามารถใช้ได้กับรูปขนาดไม่เกิน 40 ตารางนิ้วต่อครั้ง หากรูปใหญ่กว่านี้ต้องใช้ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ( 200 มิลลิลิตร ) สามารถใช้ได้กับรูปขนาดไม่เกิน 120 ตารางนิ้วต่อครั้ง ส่วนขนาดใหญ่ ( 500 มิลลิลิตร ) สามารถใช้ได้กับรูปขนาดไม่เกิน 300 ตารางนิ้วต่อครั้ง ทั้งนี้ แต่ละขนาดถึงแม้จำกัดพื้นที่ต่อครั้งในการใช้ แต่ทุกขนาดก็ยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้เสมอ
9.คำถาม การใช้ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี มีวิธีใช้อย่างไร ?
9.คำตอบ ทุกครั้งก่อนใชง่าย ให้เขย่าขวด น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี เพื่อให้ฤทธิ์ของสารเคมีมีสภาพที่สมดุล จากนั้นเทน้ำยาลงบนชิ้นงาน เริ่มจากบริเวณ ขอบนอกของลวดลาย เทไล่ไปจนท่วมบริเวณที่ต้องการสลักลวดลายให้เร็ว ( ให้แต่ละส่วนของงานสัมผัสถูกน้ำยา ในเวลาที่ใกล้เคียงกันที่สุด ) สามารถใช้หลังช้อนพลาสติก เกลี่ยน้ำยาได้ แต่ระวังอย่าให้ช้อนสัมผัสกับผิวกระจก อาจเกิดรอยช้อนขึ้นได้ รักษาระดับน้ำยาให้มีความหนาเสมอกัน ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ปล่อยทิ้งไว้ 20-30 นาที จากนั้นใช้ยางปาด ปาดน้ำยากลับลงขวดเดิม เพื่อนำไปใช้ใหม่ได้
10.คำถาม วัสดุอะไรที่นำมาใช้เป็นตัวกัน น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ?
10.คำตอบ สติกเกอร์พีวีซีทั่วไป ควรเลือกสติกเกอร์ที่มีคุณภาพดี ( เช่น kodak, alfa, konica, mitsubishi ) เนื่องจากคุณสมบัติของยางสติกเกอร์ แต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน สามารถเลือกสีอะไรก็ได้ ยกเว้นสติกเกอร์ใส เนื่องจากมองและตรวจสอบการตัดยาก สามารถหาซื้อได้ตามร้านตัดสติกเกอร์ หรือร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป
11.คำถาม สามารถใช้ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี กับบานประตู และหน้าต่างได้หรือไม่ ?
11.คำตอบ ได้ เนื่องจาก น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี สลักลวดลายลงบนกระจกเฉพาะผิวกระจก จึงไม่ทำให้ กระจกบานประตู หรือหน้าต่าง บางลง ความแข็งแรงของบานกระจก จึงยังคงสภาพเดิม
12.คำถาม การใช้ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ควรจะป้องกันอะไรบ้าง ?
12.คำตอบ ควรป้องกันการสัมผัสถูกผิวหนังโดยตรง หากสัมผัส อาจเกิดการระคายเคือง และคัน ให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่าทันที ควรสวมถุงมือยาง ทุกครั้งที่ใช้งาน นอกจากนั้นควรป้องกันการสูดดมโดยตรง ควรใช้ในที่โล่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก ที่สำคัญ ห้ามรับประทาน หากรับประทาน ห้ามทำให้อาเจียน ควรกลืนไข่ขาวในปริมาณมากๆ แล้วจึงนำส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ยังสามารถนำมาใช้สอนในโรงเรียนได้ ( ตั้งแต่มัธยมขึ้นไป ) แต่ควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่
13.คำถาม สามารถใช้ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี กับพื้นผิวทรงกลม ทรงตั้ง หรือทรงอื่นๆ ได้หรือไม่ ?
13 .คำตอบ ได้ โดยใช้วิธีจุ่มชิ้นงานลงในภาชนะพลาสติกที่บรรจุ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี เหตุที่ผู้ผลิตไม่ทำน้ำยาใหเหนียวข้นมากเกินไปเพื่อใช้กับกระจกแนวตั้ง หรือทรงกลมได้โดยตรง เนื่องจาก หากน้ำยาเหนียวข้นเกินไป การเทน้ำยาจะทำได้ยาก เวลาที่กระจกจะสัมผัสถูกน้ำยา จะไม่พร้อมกัน ผลงานที่ออกจะมีริ้วรอยมาก ผลเสียจึงมากกว่าผลดี ที่สำคัญ หากน้ำยาเหนียวข้นเกินไป อายุการใช้งานก็จะสั้นลง
14.คำถาม ภาชนะที่ถูกสลักลวดลายด้วย น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี เมื่อนำมาใส่อาหาร จะมีอันตรายจากสารเคมีหรือไม่ ?
14.คำตอบ ไม่มีอันตรายใดๆทั้งสิ้น เนื่องจาก การสลักลวดลายด้วย น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี เป็นปฎิกริยาเคมีที่เกิดขึ้นด้วยการกัดเซาะ ไม่ใช่เป็นการเคลือบผิว หลังจากนำไปล้างน้ำ สารเคมีก็จะหายไปจนหมด จึงมั่นใจในความปลอดภัยได
15.คำถาม เคล็ดลับในการใช้ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ให้ได้ผลงานที่สวยงาม ?
15.คำตอบ เคล็ดลับที่ได้ผลดีที่สุดคือ 1.ความสะอาด 2.ความเร็วในการลงน้ำยา 3.ความหนาของน้ำยา หากต้องการรายละเอียดของเคล็ดลับเพิ่มเติม ศึกษาได้จาก เคล็ดลับและวิธีทำ
16.คำถาม น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี มีจำหน่ายที่ใดบ้าง ?
16.คำตอบ สถานที่จำหน่าย น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ที่สะดวกและใกล้ที่สุด ดูได้จาก สถานที่สั่งซื้อ
17.คำถาม น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี แตกต่างจากน้ำยากัดกระจกในท้องตลาดอย่างไร ?
17.คำตอบ น้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซี ถูกคิดค้นพัฒนาเป็นยี่ห้อแรกในเมืองไทย ปัจจุบันถูกลอกเลียนแบบ ออกสู่ท้องตลาด นับตั้งแต่ภาชนะที่บรรจุ ที่ดูเหมือนกัน ยกเว้นฉลากข้างขวด ซึ่งสินค้าลอกเลียนแบบส่วนใหญ่จะมีฉลากเป็นกระดาษ ตลอดจนราคาที่เท่าๆกัน หรือถูกกว่า สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ เรื่องคุณภาพของสินค้า สินค้าลอกเลียนแบบบางชนิด มีความเหนียวข้นค่อนข้างมาก มักถูกแนะนำว่าใช้เกาะกระจกแนวตั้งได้ดี ข้อเท็จจริงคือ สินค้าประเภทนี้ จะให้ผลออกมาไม่ค่อยสมบูรณ์ ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง กรรมวิธีปฏิบัติก็ค่อนข้างยากในการเทน้ำยา ทำให้ลวดลายที่ได้เป็นริ้วรอย อันเนื่องมาจาก เวลาที่ทำปฏิกริยาไม่เสมอกัน ที่สำคัญคือ แห้งไวมาก ใช้ได้ 1-2 ครั้งก็แห้งเกือบสนิท ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก หากเติมน้ำร้อนลงไปชดเชย ผลที่ได้คือ น้ำยาเจือจางจนไม่ทำปฏิกริยาอีกต่อไป ส่วนมาก จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ สินค้าในท้องตลาดทั่วไป จะมีอายุไขค่อนข้างสั้น ( เนื่องจากมีส่วนผสมของ น้ำมันก๊าซ ซึ่งมีผลต่อน้ำยา ทำให้น้ำยาเสื่อมสภาพเร็วมาก )
หากมีคำถาม หรือข้อสงสัย สามารถสอบถามได้โดยตรงที่โทรศัพท์ 081-8425001
This web site best viewed by 800 X 600 pixels display
Copyright 2000 GMC Product Ltd.,Part. All rights reserved. Phone (6681) 842-5001.